คารวะ ใต้เท้าเปา

posted on 07 Jan 2009 18:45 by nanakosos in ETC

 
อันนี้เวอร์ชั่นหน้าหล่อครับ จากเรื่อง ดาวเทพพิทักษ์ธรรม ของบงกชคอมมิค

 คำนำ

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของละครเรื่องเปาบุ้นจิ้นครับ ไม่ได้โดนอาจารย์บังคับให้ทำแต่อย่างใด แต่บังเอิญได้ดูละครเรื่องนี้ และด้วยความบังเอิญอีกนั่นแหละ ที่ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสได้อ่านเปาบุ้นจิ้นฉบับนิยาย "ภาคกำเนิดศาลไคฟง" ว่าไปนั่น ไม่ใช่ชื่อมันนะครับ คือเป็นเรื่องราวก่อนจะมาเป็นศาลไคฟงน่ะครับ ภูมิหลังตัวละคร ทั้ง 7 ตัวนั่นเอง มันทำให้ผมได้คิดว่า เปาบุ้นจิ้นที่พวกเราดูๆกันนั้น อยู่ดีๆเริ่มมาก็มีศาลไคฟงเลยนะครับ จะมีสักกี่คนเชียวที่จะรู้ว่าศาลไคฟงกว่าจะได้คนครบนั้นยากลำบากจริงๆครับ ใต้เท้าเปาของเรานั้นเปิดตัวมาก็จะโดนประหารเลยนะครับ ผมเลยแอบถือโอกาสเล่าแบบย่อๆละกันนะครับ ผมอ่านนานแล้วก็เลยจำลายละเอียดได้ไม่มาก แต่คงจะทำให้ท่านผู้อ่านได้รับความรู้เพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย

(เนื้อหาของแต่ละตัวละครมากน้อยตามความทรงจำของผมนะครับ)

เปาบุ้นจิ้น กงซุนเช่อ จั่นเจา หวังฉาว หม่าฮั่น จางหลง จ้าวหู่
(4คนหลังนี่จริงๆแล้วไม่ได้ลอกแบบก๊อปกันมาเป็นตัวประกอบขนาดนั้นนะครับ)

ใต้เท้าเปาบุ้นจิ้น

ชื่อจริงว่าเปาเจิ่งครับ เป็นบันฑิตที่ตกรอบคัดเลือก(คงคล้ายกับเอ็นทรานซ์บ้านเราแหละครับ แต่ของเค้ามีรอบเีดียว) เนื่องมาจากไม่มีเส้นครับ เพราะคนที่ติดเป็นคนของราชครูหมดเลย วันนั้นฮ้องเต้นึกยังไงก็ไม่รู้ เบื่องานเฉลิมฉลอง จึงเรียกพวกบันฑิตที่สอบตกมาลองสอบถาม ว่าเหตุการณ์ที่ข้าจะเล่าต่อไปนี้ ถ้าเป็นท่านจะตัดสินยังไง ถ้าเห็นว่าใครตอบได้ถูกใจจะให้รางวัล อยู่ๆก็มีจรวด (วิ้ด-บึ้ม บ้านเราแหละครับ แต่อันใหญ่กว่า เหมื่อนพลุแหละนะ) หล่นมาระหว่างที่ฮ้องเต้กำลังจะเล่า จึงเกิดวุ่นวายขึ้น สักพักราชครูเผิงก็วิ่งเข้ามา

ราชครูเผิง "เรียนฝ่าบาท เมื่อครู่มีวิ้ด-บึ้ม หลงมาทางนี้หนึ่งลูก ไม่ได้มีการการบุกวังแต่อย่างใด ทั้งนี้หม่อมชั้นได้สั่งประหารคนจุดพลุและช่างทำพลุเรียบร้อยแล้ว"

ทันใดนั้นเองในกลุ่มบันฑิตที่เจี๊ยมเจี๊ยมทั้งหลาย ก็มีบุคคลหนึ่งลุกขึ้นมา คงเดากันถูกสินะครับว่าใคร

เปาเจิ่ง "เรียนฝ่าบาท เมื่อมีเหตุฉุกเฉินในวัง ต้องคุ้มครองฝ่าบาทก่อนแล้วไตร่สวนทีหลัง แต่ท่านราชครูกลับไปหาตัวคนทำผิดก่อนแล้วค่อยมาคุ้มครองฝ่าบาทถือว่าละเลยต่อหน้าที่ และการที่ท่านราชครูประหารคนจุดพลุและช่างทำพลุถือเป็นการฆ่าคนปิดปาก ความผิดแต่ละอย่างมีโทษประหารพะย่ะค่ะ" (แม่งแรงหว่ะ กล้าเนอะ)

 ราชครู "บังอาจจจจจ เอามันไปประหาร" (กูนึกแล้ว)

 เปาเจิ่ง "ท่านราชครูฆ่าคนปิดปากมีเจตนาไม่ดี ข้าเสนอแนะให้ค้นจวนราชครู ถ้าพบหลักฐานการลอบปลงพระชนน์ ก็ให้ประหาร 9 ชั่วโคตรพะย่ะค่ะ"

อยู่ดีๆ ฮองเฮาก็เข้ามาแจมครับ คือเดินมาแล้วก็ผสมโรงใหญ่

ฮองเฮา "ข้าเป็นคนสั่งจุดพลุเอง ถ้าเช่นนั้นท่านก็คงต้องสั่งประหารข้าสินะ"

เปาเจิ่ง "ตามกฏหมายของราชวงศ์แล้ว ฮ้องเต้ทำผิด โทษเท่าสามัญชนพะย่ะค่ะ"

ฮองเฮา "บังอาจจจจจ เอามันไปประหาร" (วันนึงโดนสองรอบเลยนะ)

นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ราชครูกับฮองเฮาไม่ชอบเปาบุ้นจิ้นครับ

ในที่สุดฮ้องเต้ก็ออกมาไกล่เกลี่ยครับ โดยบอกว่านั่นเป็นปัญหาที่ตนเป็นคนตั้งเอง และสั่งให้ตอบเอง และให้ทุกคนกลับไป ยกเว้นเปาเจิ่งและขุนนางแซ่หวังอีกคน(ผมจำไม่ได้ว่าคนนี้ชื่ออะไร แต่เป็นคนที่เป็นเพื่อนกับท่านเปาอ่ะครับ) หลังจากคุยกันแล้ว ฮ้องเต้เห็นว่า เปาเจิ่ง มึงเดินออกนอกวัง 3 ก้าวยังไม่ตายมึงก็เก่งแล้ว ท่านเสียดายคนดีๆอย่างนี้ จึงได้แต่งตั้งให้ดูแลศาลไคฟง และมอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้ ซึ่งเป็นหนึ่งในของวิเศษ 3 อย่างของราชวงศ์

กระบี่อาญาสิทธิ์ อยู่ที่เปาบุ้นจิ้น มีอำนาจในการประหารก่อนรายงานทีหลังได้ และเห็นกระบี่เสมือนเห็นฮ่องเต้
เสื้อคลุมมังกรทอง อยู่ที่ราชครูครับ ผู้สวมใส่จะไม่ต้องรับโทษใดๆที่กระทำ และไม่มีใครมีอำนาจลงโทษคนสวมยกเว้นฮ้องเต้ครับ
ไม้เท้าหัวมังกร อยู่ที่ตระกูลหยางครับ มีอำนาจในการดำเนินกลยุทธทำศึกได้ก่อนเลย โดยไม่ต้องรายงานฮ่องเต้ครับ เอาหล่ะ ต่อๆ

หลังจากนั้น ใต้เท้าหวัง จึงได้ให้หลานของท่านติดตามออกจากวังไปด้วย นั่นก็คือ "หวังฉาว" นั่นเองครับ จึงนับได้ว่าเป็นสมาชิกคนแรกของศาลไคฟง

หวังฉาว

ถ้าใต้เท้าเปาเป็นลูฟี่ หวังฉาวก็เป็นโซโลแหละครับ สมาชิกคนแรก หวังฉาวเป็นขุนนางบุ๋นครับ แต่ดันถนัดบู้มากกว่าบุ๋น ตำแหน่งทางราชการเลยไม่สูง ส่วนใหญ่ติดตามลุงไปวันๆ มีนิสัยวู่วาม แรกๆก็จะจะให้ไปช่วยชั่วคราว ไปๆมาๆกลายเป็นถาวรไปซะงั้น หวังฉาวเก่งทั้งบุ๋นและบู้ครับ ถึงแม้บุ๋นจะไม่เท่าท่านเปากะท่านกงซุน และบู้จะไม่เท่าจั่นเจากะจ้าวหู่ก็เถอะ (ทำได้ทั้ง2อย่าง แต่ไม่เก่งมากๆซักอย่างครับ)

กงซุนเช่อ

เป็นเจ้าเมืองเล็กๆที่ประวัติดีครับ ฮ้องเต้เห็นว่าเปาเจิ่งแม้จะมีความรู้ แต่การว่าความนั้นควรใช้คนมีประสบการณ์ช่วยตัดสินด้วย จึงย้ายกงซุนจากเมืองเก่า มาเป็นเลขาท่านเปาครับ และอย่างที่รู้ๆกัน กงซุนนั้นเก่งทางด้านการแพทย์ด้วยครับ

หม่าฮั่น

 เป็นลูกความรายแรกครับ มาแจ้งความต่อศาลไคฟงที่เปิดใหม่ มาพร้อมๆกับจั่นเจาครับ (เดี๋ยวจะบอกตอนจั่นเจาว่ามาพร้อมกันยังไง) มาแจ้งความคุณชาย3ของราชครูครับ ว่าทำการยึดที่นา และสังหาร พ่อและแม่ ข่มขืนน้องสาวเขาซึ่งทำให้เธอฆ่าตัวตาย ตอนจบเลยนะครับ ท่านราชครูฆ่าตัดตอนลูกชายตัวเองครับ เพราะเดี๋ยวสาวมาถึงจะรู้ว่าเขาเตรียมการก่อกบฏ เมื่อจบคดี หม่าฮั่นจึงขอเป็นมือปราบของใต้เท้าเปา หม่าฮั่นเป็นคนที่มีความอดทนสูงสุด เป็นคนที่เคร่งครัดต่อคำสั่งท่านเปาที่สุดเพราะถือว่ามีบุญคุณครับ ท่านเปาบอกให้ทำอะไรทำ โดยไม่เคยถามหรือสงสัยเลย

จั่นเจา

จั่นเจาจะปรากฏตัวมากลางๆของคดีความของ หม่าฮั่นครับ เพราะเขาไล่ล่าตามฆ่าคุณชาย3 จนมาถึงศาลไคฟงครับ โดยก่อนหน้านี้เขาจะคอยตามฆ่าคนชั่วทุกคนที่พบตลอด ประมานว่าเป็นศาลเตี้ย หาความยุติธรรมให้ชาวบ้าน จนมาวันนึงเขาได้เจอกับคนลึกลับคนนึง คนๆนั้นบอกว่า จั่นเจาเอ๋ย แม้เจ้าจะได้รับฉายาว่าจอมยุทธแดนใต้ แต่เจ้าคนเดียวจะช่วยคนได้ซํกกี่คนเชียว บ้านเมืองมีกฏหมายทำไมไม่ให้ศาลตัดสิน จั่น้จาเถียงว่าบ้านเมืองปัจจุบันไม่มีความยุติธรรมอีกแล้วและตัดสินใจว่าจะฆ่าคุณชาย3เป็นคนสุดท้าย และจะบุกทัพเหลียวคนเดียว ฆ่าได้1คนก็เท่าทุน 2คนก็กำไร นั่นแหละครับ แต่มาเจอท่านเปา และระหว่างนั้นก็รู้ว่านี่แหละคือความยุติธรรม จึงติดตามรับใช้ท่านเปา โดยเลิกเป็นจอมยุทธแล้วมาเป็นมือปราบ ที่กระบี่อาญาสิทธิ์อยู่ที่จั่นเจานั้นเพราะว่าหลังๆใครๆก็ตั้งใจจะขโมยไม่ก็ทำลายครับ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะฆ่าท่านเปาครับ เพราะถ้าหายหรือพังไป ท่านเปาจะโดนประหารครับ ที่จวนท่านเปาคนน้อย ท่านเปาเลยให้จั่นเจาถือไว้ครับ แสดงถึงความไว้วางใจของท่านเปาต่อจั่นเจาครับ อย่างที่รู้ๆกัน จั่นเจาจะเก่งเร้นตัว กระบี่ ปลอมตัว และรอบรู้เรื่องราวในยุทธจักร

 จางหลง

จางหลงเป็นคดีต้นๆเหมือนกันครับ เป็นขุนพลในทัพกระกูลหยางคนหนึ่ง ที่แนวหน้าเพลี้ยงพล้ำ จึงขี่ม้าเร็วมาขอกำลังเสริมที่เมืองหลวงครับ แต่กลับถูกราชครูจับตัวไว้ เพราะว่าตั้งใจก่อกบฏนั่นเอง แต่ไม่รู้ว่าจางหลง รู้อะไรมากแค่ไหนจึงขังทรมาณไว้ครับ ภายหลังได้จั่นเจามาช่วยตามคำสั่งท่านเปาครับ ซึ่งพอจบคดีของจางหลงสมาชิกก็จะครบครับเพราะการที่จั่นเจาบุกมาช่วยจางหลงทำให้เจอกับ จ้าวหู่ครับ(อ่านตรงจ้าวหู่นะครับ) ภายหลังทัพหน้าตายหมด แต่จางหลงไม่รับตำแหน่งแม่ทัพแทน และขอเป็นมือปราบให้ท่านเปาแทนครับ จางหลงนั้นจะเก่งด้านการรบครับ พวกกลศึก สภาพภูมิประเทศ สามารถใช้อาวุธได้สารพัดชนิด หอก ทวน ดาบ กระบี่ ขี่ม้า ยิงธนู (แต่ใช้กระบี่ไม่เก่งเท่าจั่นเจา และใช้ดาบไม่เก่งเท่าจ้าวหู่ครับ)

จ้าวหู่

จ้าวหู่ เป็น 1 ใน 7 มือสังหาร (7พิฆาตครับ ประกอบได้ด้วย ดาบ ทวน ธนู โซ่ กระบี่ ยาพิษ และ อาวุธลับ) และทั้ง7คนเป็นลูกบุญธรรมของราชครูครับ เป็นหนึ่งในด้านวิชาดาบที่ดุดัน แข็งแกร่ง ต่อสู้กับจั่นเจาตอนที่จั่นเจาลอบเข้ามาช่วยจางหลงครับ(อย่าเรียกว่าลอบเลยครับ เข้ามาได้นิดนึงก็โดนจ้าวหู่เจอตัวแล้ว) ตามนิยายนั้น ฝีมือสูสีกับจั่นเจาเลยครับ แต่ในละครเป็นลูกกระจ๊อก สงสัยเพราะหน้าตาครับ ใช่ซี๊!...มันไม่หล่อหนิ ได้บรรยายไว้ว่าหน้าตาดุดันเหมือนเพชฆาตครับ ภายหลังจั่นเจาช่วยจางหลงไม่สำเร็จ หนีหัวซุกหัวซุนกลับจวน(เห็นมั้ยจริงๆมันเก่งกว่า แต่อย่างว่าอ่ะนะ 7 รุมหนึ่ง) จ้าวหู่ได้รับคำสั่งให้ตามมาฆ่าจั่นเจาและท่านเปาครับ เมื่อมาถึงศาล จ้าวหู่กลับฆ่าท่านเปาไม่ได้ครับ ไม่ใช่ว่าท่านเปามีวรยุทธลึกลับอะไรนะ(คงไม่หักมุมขนาดนั้น) แต่พบว่าคนๆนี้ไม่กลัวตัวเองเลยครับ และยังถูกสั่งอีกว่า ห้ามมีเรื่องกันในศาลของข้า จ้าวหู่จึงจากไปครับ โดยแอบคิดในใจว่า ท่านเปานั้นเหมือนท่านราชครูสมัยก่อน (อำนาจก็อย่างนี้แหละครับ มอมเมาคน ผมคิดว่าก่อนหน้านี้ ท่านราชครูคงเป็นคนดีอยู่แหละ) และไปแอบกินเหล้านั่งเศร้าที่โรงเตี้ยมครับ ท่านราชครูเห็นว่าจ้าวหู่ไม่ทำตามคำสั่ง จึงส่งอีก6คนที่เหลือมาฆ่าจ้าวหู่ครับ เจ้าหู่ สู้จนชนะหมด (1 ต่อ 6 นะเออ บอกแล้วว่ามันเก่ง) แต่อย่างไรก็เห็นว่าท่านราชครูมีบุญคุญเป็นบิดา จึงบอกให้เพื่อนๆสังหารตนแล้วเอาหัวไปให้ราชครูเสีย แต่ด้วยน้ำใจที่มีให้กันมา และเติบโตมาด้วยกัน  อีก6คนจึงเตี้ยมกันว่าฆ่าแล้ว แล้วให้จ้าวหู่ไปซะ ภายหลังจ้าวหู่มาช่วยท่านเปาครับ ความเลยแตก ราชครูเลยสังหารอีก 6 คนที่เหลือฐานทำงานผิดพลาด จ้าวหู่เสียใจมากครับจึงประกาศตัดความสัมพันธ์กับราชครู บุญคุณความแค้นถือว่าหักล้างกัน ไม่มีบุญคุณชุบเลี้ยงแบบบิดา และไม่มีความแค้นที่สังหารพี่น้องครับ จ้าวหู่มีศัตรูเยอะมากครับ สมัยทำงานให้ราชครู พอไม่มีราชครูถือหาง ท่านเปาเลยขอให้มาช่วยงาน อย่างน้อยก็จะลดศัตรูลงได้ จ้าวหู่เป็นคนที่นิ่งๆเย็นชาที่สุดในกลุ่ม ช่ำชองยุทธจักรพอๆกับจั่นเจา และเป็นเลิศด้านเพลงดาบที่ดุดันครับ

เป็นไงครับ กำเนิดศาลไคฟงแบบคร่าวๆ(ตรงไหนวะ!!) ตอนแรกตั้งใจจะเขียนสั้นๆ แต่ผม เขียนไปเขียนมา แล้วยาวอ่ะครับ

ขอบคุณที่ติดตามครับ

Comment

Comment:

Tweet

อ่านในเรื่องของคุณนานาโกะนี่ก็ดีนะคับ

ได้ความรู้เพิ่มมากมายเลย

ป.ล. ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่เอามาฝากกันนะคับ

#9 By Vampire Knight (124.121.57.135) on 2009-03-25 03:05

เป็นหนึ่งในนิยายจีนที่ผมอยากหามาอ่านให้ได้

เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ ขอคารวะหนึ่งจอก(โค้กและน้ำแข็ง)confused smile

#8 By แมวหน้าแว่น on 2009-01-25 22:12

ยาวนะคะ ตอนแรกนึกว่าจะอ่านไม่จบ
แต่เขียนสนุกดีอะ จบเฉยเลย 55

ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน ประวัติศาลไคฟง
ตอนเด็กๆ ติดมากเลยอะ ดูทุกตอน
แต่ปัจจุบันที่เค้าฉาย ดูไม่ได้แล้ว กลับบ้านไม่ทัน
ส่วนการ์ตูนก็ไม่เคยอ่านเลย
ขอบคุณที่เอามาแบ่งปัน

#7 By apple on 2009-01-22 13:40

วันนี้มีไฮไฟ๊ ชื่อ ฟ้าใส มาแอด นึกว่าเจ้าของบล็อคนี้ซะอีก



อิอิ



ม่ายช่าย sad smile

#6 By i'm drizzle =] on 2009-01-14 20:58

เปาหล่อมากๆๆ



อิอิ



ปล.สบายดีค่า แอบติสแตกนิดหน่อย



sad smile

#5 By i'm drizzle =] on 2009-01-12 08:08

โหวววววว ได้ความรู้เพียบ
ไม่เคยรุมาก่อนเรย
ขอบคุนคร่า

#4 By bye bye on 2009-01-09 20:58

#1
อ่านแล้วนึดนึงครับ ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ไม่ใช่มีอคติกับการ์ตูนตาหวานนะครับ เพราะผมก็อ่าน แต่เนื้อเรื่องมันไม่แข็งแรงเข้มข้นสำหรับการ์ตูนแนวสืบสวนหน่ะครับ ออกแนวพลังหน้าหล่อซะส่วนใหญ่ ทำตาหวานกันทั้งเรื่อง

#2
คงเป็นเพราะผมเป็นคนที่ไร้สาระ และ ไม่เคยมีประโยชน์อะไรเลยในสายตาเพื่อนๆแหละครับ ไม่เป็นไรครับ ชินแล้ว ใครๆก็หาว่าผมไร้ค่า...angry smile
อืม

นานๆที ปีหนเพื่อนเราจะเอาความรู้มาฝาก

#2 By NusseRzx on 2009-01-08 20:16

สุดยอดเลยนะเนี่ย ได้ความรู้เพียบ
ไม่นึกมาว่าจะมีที่มาถึงขนาดนี้

(แต่อยากอ่านเวอร์ชั่นการ์ตูนอ่ะ
ท่าทางจะหล่อทุกคน เอิ๊ก)

#1 By fueyZ on 2009-01-08 19:19