แมวของชโรดิงเจอร์

posted on 13 Oct 2009 02:57 by nanakosos in Love

หลังจากที่ห่างหายไปนานจากเรื่องความรัก เนื่องจากคิดได้ว่าปล่อยวางแล้ว แต่จริงๆแล้วผมคงปล่อยวางไม่ได้จริงๆนั่นแหละนะ ถ้าปล่อยวางได้คงไปบวชแล้ว

 -------------------------------------------------------------

การกลับมาอีกครั้งของน้อง(◕‿◕✿)ไม่ได้กิ๊กกันอะไรหรอกครับ แค่ออกไปทานข้าว กับ ดูหนัง เพียงแต่เสียงโทรศัพท์ของน้องเค้าที่ดังขึ้นทุก 15 นาที คำหวานๆที่คุยกันนั้นมันทำให้เกิดความริษยาขึ้นมาเล็กน้อยในหัวใจ

ถ้าลำบากขนาดนั้นก็ไม่ต้องมาก็ได้ครับผมไม่ได้คิดอะไรด้วยแล้ว

ถ้าคนที่รู้จักผมจริงๆจะเข้าใจครับว่าสำหรับผมแล้ว ความรักนั้นคือจังหวะ

 ช่วงเวลายามนี้เท่านั้นที่รักจะเกิด

ถ้าเลยเวลานั้นไป หรือยังไม่ถึงเวลา ต่อให้เป็นนางฟ้าลงมาเองผมก็ไม่แม้แต่จะเหลือบหางตามองเพียงแต่จังหวะและเวลานั้น นานเหลือเกินที่มันจะวนมารอบหนึ่ง ส่วนใหญ่จริงจะรู้สึกชอบใครขึ้นมา จึงมันจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัว เพราะว่าพวกเธอ รู้จักกันมาจึงมีโอกาสที่จะ(ซวย?)อยู่ในช่วงที่ผมมีความรักขึ้นมา

อารมณ์เหมือนหนังเรื่อง "เพื่อนสนิท" ล่ะมั้ง

เพื่อนผมคนหนึ่งโทรมาปรึกษาเรื่องความรักตอนตีสามครึ่ง น่าจะเมาเละ เพราะเป็นที่รู้กันกลายๆในหมู่เพื่อนฝูงว่าถ้ามีปัญหาโทรหาไอ่ดอย แต่ถ้าเป็นด้านความรักล่ะก็ ไอ่ดอยมันยังเอาตัวเองไม่ค่อยรอดเลย เคยเจอแต่แบบผิวเผิน แบบลึกซึ้งก็จบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก

พอมันเล่าจบ ผมก็เลยเล่าปัญหาของตัวเองให้ฟังบ้าง แล้วบอกว่าใครก็มีปัญหาเหมือนกัน มึงเลิกกับแฟน แต่กูก็ชอบเพื่อนอยู่คนนึง ซึ่งกูไม่เคยคิดจะบอกรักเลย เพราะในขณะที่กูจะเอาหัวใจก็ไปเสี่ยง กูก็กลัวจะเสียความเป็นเพื่อนเหมือนกัน

เป็นที่มาของประโยคที่ผมพูดบอกหลายๆคนเวลาพาคนมาแนะนำให้รู้จักว่า
"ถ้าจะแนะนำ ไม่เอา เพื่อน พี่สา่ว น้องสาว หรือใครที่สนิทมานะ"
เลยไม่ค่อยมีใครพามาแนะนำเลยหลังๆ เพราะมันแทบจะครอบคลุมทั้งหมด

มันฟังสักพักแล้วก็ตอบว่า ผมมีปัญหาคล้ายกับเพื่อนมันคนนึง และตอนนี้เพื่อนมันก็แก้ปัญหาได้แล้วนะ ผมรีบถามกลับว่า เพื่อนของมึงใช้วิธีไหน

มันตอบกลับมาสั้นๆว่า "ทฤษฎีแมวของชโรดิงเจอร์" 

ผมสงสัยว่ามันคืออะไร มันก็ไม่บอก มันบอกว่าหาเอง ตีความเอง มึงจะเข้าใจมากกว่า ก่อนจะวางสายไป

 ---------------------------------------------------

ถ้าให้ทุกคนไปหากันเอาเองจะต้องเสียเวลาแน่ๆ เลยขอถือวิสาสะหาเอง ทำความเข้าใจเอง และตีความเอง ก่อนจะเอามาให้ทุกคนได้อ่าน แม้จะทำให้บางคนเข้าใจน้อยลงก็ตาม แต่ถ้าสนใจก็สามารถหาอ่านเพิ่มได้

---------------------------------------------------

ทฤษฎีแมวของชโรดิงเจอร์(Schrodinger's Cat Theory) นั้นขออนุญาติสรุปสั้นๆให้เข้าใจง่ายขึ้น(รึเปล่า)ก็แล้วกัน

เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ นั้นเป็นนักวิทยาศาสตร์(น่าจะเป็นนักฟิสิกส์เพราะนี่เป็นเรื่องควอนตอมฟิสิกส์) ได้สร้างเหตุการณ์สมมุติขึ้นมาว่า

"ถ้านำแมวตัวหนึ่งใส่ลงไปในกล่องใบหนึ่งซึ่งทึบและกันเสียง ภายในบรรจุด้วย โถแก้วบรรจุแก๊สพิษไซยาไนต์ที่ปิดจุกไว้หนึ่งใบ บนโถแก้วใบนี้มีค้อนที่ตั้งรออยู่ และมีแหล่งกำเนิดกัมมันตรังสีอยู่ด้วย ชโรดิงเจอร์บอกว่าเมื่อนิวเคลียสหนึ่งจากแหล่งกำเนิดสลายตัว มันจะปล่อยอนุภาคอัลฟาตัวหนึ่งซึ่งจะไปทำให้ค้อนหล่นลงมากระทบโถแก้วแตกแล้ว ปล่อยแก๊สพิษไปฆ่าแมวจนตาย แล้วถามว่าจะรู้ได้ยังไงว่าแมวในกล่องตายหรือยัง?"

สรุปอีกสั้นๆคือ "ในกล่องทึบ มีแมวตัวหนึ่งซึ่งมีอุปกรณ์ในการฆ่าแมวตัวนั้น ซึ่งจะำทำงานในเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไหร่ ทางเดียวที่จะรู้ได้คือเปิดกล่องออกดู แต่ทว่าก่อนเปิดกล่องออกดูนั้น แมวก็เป็นได้ทั้งเป็นและตาย"

ถ้าให้ผมตีความตามที่เข้าใจคือ ตราบเท่าที่เรายังไม่ไปยุ่งกับกระการ "โอกาส" ก็ยังไม่หมดไป ความคลุมเคลือนี่แหละคือสิ่งที่หลายๆคนเรียกว่า "ความหวัง"

ถ้าในด้านความรักคงเปรียบได้กับการคบๆไปอย่างคลุมเคลือ?

เพราะก่อนที่จะเปิดกล่องออกดูนั้น อย่างน้อย "แมว" ก็ยังอยู่ในกล่องไม่ได้หายไปไหน

แม้จะไม่รู็ว่ามัน "เป็น" หรือ "ตาย" ก็ตามที

Comment

Comment:

Tweet

กล่องมันทึบแมวก็หายใจไม่ออกตาบแล้วbig smile

#11 By jarapeno (103.7.57.18|58.11.242.10) on 2012-07-18 17:08

ขอออกนอกเรื่องหน่อยนะ
ถ้าเปิดเจอแมวตาย เราทำให้กลับมา เป็น เหมือนเดิม ไม่ได้
แต่ถ้าเปิดเจอแมว เป็น เราทำให้มันตายได้
ถ้าลำบากใจ จะดีกว่ามั้ย
ถ้าเปิดกล่องมา แล้วหาวิธีทำให้แมวตัวนั้น ตาย เป็นพอ embarrassed
ถ้าเป็นผม ผมขอเลือกที่จะเปิดกล่องดูครับ
เพราะยังไงๆเราก็ต้องรู้ว่ามันตาย ถ้ามันเน่าขึ้นมา
ป.ล. จะเน้นที่เรื่องรักของนายนะ แต่ไม่รู้จะเขียนยังไง
ไม่อยากก้าวก่ายจนเกินไปน่ะ surprised smile

#10 By ชโรดิงจี้ (117.47.113.34) on 2010-04-02 17:01

โฮย แล้วไม่บอกว่าห้าสิบห้าสิบก็จบเรื่อง

#9 By efol on 2009-12-27 19:55

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามค่ะ

#8 By มิ้มมิ้มมีม on 2009-10-27 19:23

ถ้าเทียบกับทฤษฎีรัก(มีหรือเปล่าไม่รู้ คิดซะว่าความรักมีทฤษฎีก็แล้วกัน)

รักผ่านมา รักผ่านพ้น รักจบไป ทุกอย่างก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้อยู่แล้ว มีทางเดียวคือ เจอกันอีกรอบ แล้วรักกันอีกหน

โอกาสกับความหวังมีอยู่เสมอ แต่ถ้าหากคาดหวังเอาไว้มากๆ สุดท้ายถ้าไม่สมหวัง ก็เจ็บเอง แหะๆ sad smile

พร่ำเพ้อซะยาวเชียวsad smile sad smile
สงสารแมวตั้งแต่เอาแมวถูกบรรจุลงกล่องแล้วsad smile

แต่ก็อย่างว่าในแง่ของวิทยาศาตร์ไอ้ชีวะ เคมี ฟิสิกส์อะไรเนี่ย มันก็ต้องมีการทดลอง ไม่ทำก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
ทฤษฎีนั้มีนแกนหลักๆว่า "เราไม่สามารถตรวจสอบกระบวนการได้โดยไม่สร้างผลกระทบต่อมัน เพราะเมื่อใดที่เราตัวสอบ เราก็จะกลายเป็นหนึ่งในกระบวนการ"

ซึ่งมันจะขยายความเรื่อง Paradox ของการย้อนเวลาที่บอกว่าเราจะไม่สามารถแก้ไขอดีตได่แม้จะมีเครื่องย้อนเวลาก็ตาม
(◕‿◕✿)


แอ้นแล่

แฮปปี้ ๆ

อยากมีบ้างเฟ้ยยยยยยยยยยยยยยยอิจฉา ... ลืมตัวๆ sad smile

#4 By i'm drizzle =] on 2009-10-13 22:45

เรื่องแมวกูไม่สนหรอกกกกกกกกก
สนแต่เรื่องของน้อง(◕‿◕✿) มากกว่าห้าๆๆๆ

ไหนวันนี้ไม่มีอะไรกันไงฟะ คริคริคริ

#3 By NusseRzx on 2009-10-13 21:10

อ๋อ มันมี่ที่มาแบบนี้เอง

#2 By Arcobaleno on 2009-10-13 18:57

ทบ อะไรของเพื่อนครับ เนี่ย ประหาดแท้

#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-10-13 08:48